แบบ 56-1 One Report และการยกระดับการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนตามมาตรฐาน ISSB

บริษัทจดทะเบียนต้องจัดทำแบบ 56-1 One Report นำส่งสำนักงาน ก.ล.ต. ขณะที่ ก.ล.ต. กำลังยกระดับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนให้สอดคล้องมาตรฐานสากล ISSB

บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET / mai) มีหน้าที่จัดทำ แบบ 56-1 One Report ซึ่งเป็นแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีและรายงานประจำปีรวมไว้ในฉบับเดียว นำส่งต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ภายใน 3 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี

แบบ 56-1 One Report ออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนเห็นภาพรวมของกิจการในที่เดียว ทั้งข้อมูลการประกอบธุรกิจ ฐานะการเงิน การกำกับดูแลกิจการ และข้อมูลด้านความยั่งยืน ลดความซ้ำซ้อนของเอกสารที่บริษัทเคยต้องจัดทำแยกหลายฉบับ

โครงสร้างของแบบ 56-1 One Report

แบบ 56-1 One Report แบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 ส่วนหลัก:

  • ส่วนที่ 1 การประกอบธุรกิจและผลการดำเนินงาน — ลักษณะธุรกิจ ความเสี่ยง การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน และการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
  • ส่วนที่ 2 การกำกับดูแลกิจการ — นโยบายการกำกับดูแลกิจการ โครงสร้างคณะกรรมการ และรายงานผลการดำเนินงานที่สำคัญด้านการกำกับดูแล
  • ส่วนที่ 3 งบการเงิน — งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
  • ส่วนที่ 4 การรับรองความถูกต้องของข้อมูล — การลงนามรับรองโดยกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง

การยกระดับการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนตามมาตรฐาน ISSB

แนวโน้มสำคัญในปี 2568 คือการที่สำนักงาน ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อ ยกระดับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน (ESG) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ International Sustainability Standards Board (ISSB) ภายใต้มูลนิธิ IFRS ได้แก่มาตรฐาน IFRS S1 (การเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวกับความยั่งยืนโดยทั่วไป) และ IFRS S2 (การเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ)

โดยทั่วไป ก.ล.ต. มีแนวทางทยอยบังคับใช้และให้เวลาบริษัทจดทะเบียนเตรียมความพร้อม เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่มาตรฐานสากลเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งนี้รายละเอียดขอบเขต ลำดับการบังคับใช้ และช่วงเวลาผ่อนปรนยังต้องติดตามจากประกาศและหลักเกณฑ์ฉบับล่าสุดของสำนักงาน

การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนตามมาตรฐาน ISSB มุ่งให้ข้อมูล ESG มีความน่าเชื่อถือและเปรียบเทียบได้ในระดับสากล เทียบเท่ากับข้อมูลทางการเงิน

ความสำคัญต่อนักลงทุนและบทบาทของผู้สอบบัญชี

ข้อมูลที่มีคุณภาพและเปรียบเทียบได้ช่วยให้นักลงทุนประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนของกิจการได้อย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกัน บทบาทของ ผู้สอบบัญชีและผู้ให้ความเชื่อมั่น (Assurance Provider) ต่อข้อมูลความยั่งยืนก็มีความสำคัญมากขึ้น เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่เปิดเผย เช่นเดียวกับการให้ความเชื่อมั่นต่อข้อมูลในงบการเงิน

สิ่งที่บริษัทจดทะเบียนควรเตรียม

  • ทบทวนกระบวนการเก็บรวบรวมและคำนวณข้อมูล ESG โดยเฉพาะข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศตามแนว IFRS S2
  • ประเมินช่องว่างระหว่างการเปิดเผยข้อมูลปัจจุบันกับข้อกำหนดของมาตรฐาน ISSB
  • วางระบบควบคุมภายในให้รองรับข้อมูลความยั่งยืนที่อาจต้องผ่านการให้ความเชื่อมั่น
  • หารือกับผู้สอบบัญชีและที่ปรึกษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการบังคับใช้
ข้อเท็จจริงสำคัญ
เอกสาร
แบบ 56-1 One Report
กำหนดยื่น
ภายใน 3 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบบัญชี
มาตรฐานอ้างอิง
ISSB (IFRS S1 / S2)
หน่วยงาน
สำนักงาน ก.ล.ต. (SEC)
ผู้เกี่ยวข้อง
บริษัทจดทะเบียน SET / mai
เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน? ผู้สอบบัญชีและทีมที่ปรึกษาของ C&A ช่วยประเมินช่องว่างเทียบกับมาตรฐาน ISSB และวางระบบข้อมูลสำหรับแบบ 56-1 One Report
บทความนี้สรุปจากข้อมูลของสำนักงาน ก.ล.ต. และแหล่งข่าวสาธารณะ — โปรดอ้างอิงประกาศและหลักเกณฑ์ฉบับเต็มประกอบการปฏิบัติงานจริง

แหล่งอ้างอิง

  1. สำนักงาน ก.ล.ต. — Thai One Report (แบบ 56-1 One Report) sec.or.th/onereport
  2. InfoQuest — “ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักการที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐาน ISSB” infoquest.co.th/2025/549900

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิใช่คำแนะนำทางวิชาชีพหรือคำแนะนำด้านการบัญชี ภาษี หรือกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือที่ปรึกษาของท่าน และอ้างอิงประกาศและหลักเกณฑ์ฉบับเต็มก่อนนำไปปฏิบัติ ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2568

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปรึกษาหุ้นส่วนผู้สอบบัญชี

มีคำถามเรื่องการเปิดเผย
ข้อมูลหรือการปิดงบ?

ส่งข้อมูลสังเขปเกี่ยวกับกิจการของท่าน หุ้นส่วนจะตอบกลับภายในสองวันทำการ