Disclosure Form ราคาโอน — ใครต้องยื่น และภายในเมื่อใด
นิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันและมีรายได้ตั้งแต่ 200 ล้านบาท ต้องยื่นแบบรายงานประจำปีภายใน 150 วันนับแต่สิ้นรอบบัญชี
อ่านบทความกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนต้องนำส่งรายงานผลการดำเนินงานและงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบ ก่อนใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
สำหรับกิจการที่ได้รับ บัตรส่งเสริมการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับ — โดยเฉพาะการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล — ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเพียงเพราะถือบัตรส่งเสริม แต่ผูกพันกับ เงื่อนไขที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม ที่ผู้ได้รับการส่งเสริมต้องปฏิบัติตามอย่างครบถ้วน และต้องผ่านกระบวนการรายงานและการพิจารณาอนุมัติของ BOI ก่อนจึงจะใช้สิทธิได้
บทความนี้สรุปภาพรวมของขั้นตอนการรายงานผลการดำเนินงานและการขอใช้สิทธิยกเว้นภาษี รวมถึงบทบาทของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในกระบวนการนี้ เพื่อให้ฝ่ายบัญชีและผู้บริหารของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมเข้าใจสิ่งที่ต้องเตรียมในแต่ละรอบปีบัญชี
บัตรส่งเสริมแต่ละฉบับกำหนดเงื่อนไขเฉพาะของโครงการ เช่น ขอบเขตกิจการที่ได้รับการส่งเสริม กำลังการผลิต ระยะเวลาและวงเงินของสิทธิยกเว้นภาษี ตลอดจนเงื่อนไขด้านการลงทุน การจ้างงาน หรือเทคโนโลยี การปฏิบัติตามเงื่อนไขเหล่านี้คือพื้นฐานที่ทำให้กิจการยังคงมีสิทธิใช้สิทธิประโยชน์ ดังนั้นกิจการควรทบทวนเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมของตนอย่างสม่ำเสมอ และเก็บหลักฐานที่แสดงการปฏิบัติตามเงื่อนไขไว้ประกอบการรายงาน
ก่อนการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในแต่ละรอบปีบัญชี กิจการต้องยื่น แบบรายงานผลการดำเนินงานก่อนใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (แบบ ตส.310) ต่อสำนักงาน BOI พร้อมเอกสารประกอบ โดยทั่วไปต้องแนบ งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เพื่อให้ BOI พิจารณาอนุมัติการใช้สิทธิ ขั้นตอนสำคัญที่กิจการควรเข้าใจมีดังนี้:
สิทธิยกเว้นภาษีของกิจการ BOI ผูกกับการรายงานและการพิจารณาอนุมัติ — ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติเพียงเพราะถือบัตรส่งเสริม
นอกเหนือจากการรายงานเพื่อขอใช้สิทธิภาษีแล้ว BOI ยังมีระบบติดตามผลการดำเนินงานและความคืบหน้าของโครงการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Monitoring) ซึ่งช่วยให้สำนักงานติดตามว่าโครงการเป็นไปตามแผนและเงื่อนไขที่ได้รับการส่งเสริมหรือไม่ การจัดทำข้อมูลให้ครบถ้วนและสอดคล้องกันระหว่างรายงานต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงประเด็นที่อาจกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของกิจการ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตมีบทบาทในการตรวจสอบและรับรองงบการเงินที่ใช้ประกอบการขอใช้สิทธิประโยชน์ ทำให้ข้อมูลที่เสนอต่อ BOI มีความน่าเชื่อถือ ประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในทางปฏิบัติคือ การแยกบัญชีระหว่างกิจการที่ได้รับการส่งเสริม (BOI) และกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริม (non-BOI) เนื่องจากสิทธิยกเว้นภาษีใช้ได้เฉพาะกับรายได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมเท่านั้น การจัดทำบัญชีให้สามารถแยกรายได้ ต้นทุน และค่าใช้จ่ายของแต่ละส่วนได้อย่างชัดเจน จะช่วยให้การคำนวณสิทธิประโยชน์ถูกต้องและลดความเสี่ยงในการถูกประเมินภายหลัง
สำหรับกิจการ SME ที่เพิ่งได้รับการส่งเสริมเป็นครั้งแรก การเตรียมระบบบัญชีและเอกสารตั้งแต่ต้นรอบปีบัญชี รวมถึงการหารือกับผู้สอบบัญชีและที่ปรึกษาตั้งแต่ขั้นวางแผน จะช่วยให้กระบวนการรายงานและการขอใช้สิทธิราบรื่นยิ่งขึ้น
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิใช่คำแนะนำทางวิชาชีพหรือคำแนะนำด้านการบัญชี ภาษี หรือกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือที่ปรึกษาของท่าน และตรวจสอบเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมและขั้นตอนล่าสุดกับสำนักงาน BOI ก่อนนำไปปฏิบัติ ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2568
นิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันและมีรายได้ตั้งแต่ 200 ล้านบาท ต้องยื่นแบบรายงานประจำปีภายใน 150 วันนับแต่สิ้นรอบบัญชี
อ่านบทความพ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม สำหรับกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่มีรายได้ตั้งแต่ 750 ล้านยูโร
อ่านบทความรอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธ.ค. ต้องยื่นภายใน 2 มิ.ย. และไม่ต้องนำส่งกรมสรรพากรซ้ำ
อ่านบทความส่งข้อมูลสังเขปเกี่ยวกับกิจการของท่าน หุ้นส่วนจะตอบกลับภายในสองวันทำการ