Global Minimum Tax 15% มีผล 1 มกราคม 2568
พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม สำหรับกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่มีรายได้ตั้งแต่ 750 ล้านยูโร
อ่านบทความระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร และมาตรการลดหย่อนภาษี Easy e-Receipt 2.0 ที่ให้สิทธิลดหย่อนสูงสุด 50,000 บาท
กรมสรรพากรได้พัฒนาระบบ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถออกใบกำกับภาษีและใบรับในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลทางกฎหมาย และนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรได้โดยตรง ระบบนี้ช่วยลดต้นทุนการจัดเก็บเอกสารกระดาษ ลดข้อผิดพลาดในการจัดทำเอกสาร และรองรับการตรวจสอบที่เป็นระบบมากขึ้น
ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2568 ระบบ e-Tax Invoice ยังเป็นกลไกสำคัญที่รองรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ โดยเฉพาะมาตรการ Easy e-Receipt 2.0 ซึ่งให้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการซื้อสินค้าและบริการที่มีหลักฐานเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt (etax.rd.go.th) เปิดให้ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนสามารถจัดทำ ส่งมอบ และจัดเก็บใบกำกับภาษีหรือใบรับในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรตามรูปแบบที่กำหนด เอกสารที่ออกผ่านระบบนี้มีผลทางกฎหมายเช่นเดียวกับเอกสารกระดาษ และช่วยให้ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อมีหลักฐานที่ตรวจสอบได้
มาตรการ Easy e-Receipt 2.0 ให้สิทธิ บุคคลธรรมดา นำค่าซื้อสินค้าและบริการในประเทศมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับการใช้จ่ายในช่วง วันที่ 16 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 โดยมีวงเงินลดหย่อนสูงสุด 50,000 บาท ซึ่งแบ่งออกเป็นสองส่วน:
เพื่อให้ใช้สิทธิได้ ผู้ซื้อต้องมีหลักฐานเป็น e-Tax Invoice (แบบเต็มรูป) หรือ e-Receipt ที่ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (เลขประจำตัวประชาชน) ของผู้ซื้ออย่างถูกต้อง การซื้อจากร้านค้าที่ไม่สามารถออกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ตามรูปแบบที่กำหนดจะไม่สามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนตามมาตรการนี้ได้
หัวใจของ Easy e-Receipt 2.0 คือหลักฐานต้องเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ระบุข้อมูลผู้ซื้อครบถ้วน — ใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จกระดาษทั่วไปไม่เข้าเงื่อนไข
สำหรับผู้ประกอบการ การเข้าสู่ระบบ e-Tax Invoice ไม่เพียงช่วยให้ลูกค้าใช้สิทธิตามมาตรการของรัฐได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนในระบบเอกสารระยะยาว ประโยชน์ที่สำคัญได้แก่:
ทั้งนี้ มาตรการลดหย่อนภาษีในแต่ละปีมีรายละเอียด ช่วงเวลา และเงื่อนไขที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ประกอบการและผู้เสียภาษีควรตรวจสอบประกาศและเงื่อนไขล่าสุดจากกรมสรรพากรก่อนใช้สิทธิทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิใช่คำแนะนำทางวิชาชีพหรือคำแนะนำด้านการบัญชี ภาษี หรือกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือที่ปรึกษาของท่าน และตรวจสอบเงื่อนไขและช่วงเวลาล่าสุดของมาตรการกับกรมสรรพากรก่อนใช้สิทธิ ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2568
พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม สำหรับกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่มีรายได้ตั้งแต่ 750 ล้านยูโร
อ่านบทความนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันและมีรายได้ตั้งแต่ 200 ล้านบาท ต้องยื่นแบบรายงานประจำปีภายใน 150 วันนับแต่สิ้นรอบบัญชี
อ่านบทความรอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธ.ค. ต้องยื่นภายใน 2 มิ.ย. และไม่ต้องนำส่งกรมสรรพากรซ้ำ
อ่านบทความส่งข้อมูลสังเขปเกี่ยวกับกิจการของท่าน หุ้นส่วนจะตอบกลับภายในสองวันทำการ